๓.๘ ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา

จัดขึ้นในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ (เข้าพรรษา) ของทุกๆ ปี

ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา

ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา เป็นประเพณีระดับประเทศ ได้ชื่อว่า “เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก” โดยเดิมจัดงานเพียง ๑ วัน จะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี (ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘) เป็นวันตักบาตรดอกเข้าพรรษามาโดยตลอด แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญตักบาตรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทางจังหวัดสระบุรีจึงได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตร จาก ๑ วัน เป็น ๓ วัน มีพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาวันละ ๒ รอบคือ รอบเช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. และรอบบ่าย เวลา ๑๕.๐๐ น.

ความสำคัญ เจตนาเดิมของชาวบ้านที่ทำประเพณีนี้เพราะต้องการให้พระที่กำลังเดินขึ้นไปที่พระอุโบสถ เพื่ออธิษฐานเข้าพรรษาได้มีดอกไม้บูชาพระ ชาวบ้านเองก็พลอยเป็นผู้ได้บุญไปด้วย แต่ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นพิธีการใหญ่ มีประชาชนจากท้องถิ่นอื่นมาร่วมงาน ขบวนรถแต่ละอำเภอตกแต่งสวยงาม บางครั้งก็มีการโฆษณากิจกรรมของท้องถิ่นตนไปด้วย เป็นงานที่รวมคน รวมความคิด รวมฝีมือ และรวมศรัทธา

             ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐมีความประสงค์จะทำให้งานนี้เป็นประเพณีเอกลักษณ์ของชาวสระบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย จึงให้แต่ละอำเภอจัดตกแต่งรถมาร่วมพิธีนี้ และมีประชาชนจากอำเภอต่าง ๆ มาร่วมเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงวันเข้าพรรษาเวลาบ่าย (เวลาแน่นอนตามแต่จะกำหนด) ขบวนรถต่าง ๆ จะเริ่มจากหน้าที่ว่าการอำเภอพระพุทธบาท เคลื่อนขบวนเข้าสู่ถนนสายคู่เพื่อเดินทางมายังมณฑป สองฟากถนนจะมีประชาชนนำดอกไม้พรรษามาคอยใส่บาตรพระและชมขบวนรถด้วย หมดขบวนรถจะมีภิกษุ-สามเณรเดินรับดอกไม้ที่ประชาชนนำมาใส่บาตร เมื่อรับหมดภิกษุ-สามเณรก็เดินขึ้นสู่พระอุโบสถทำพิธีกรรมของสงฆ์อธิษฐานเข้าพรรษา ประชาชนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

หลังจากที่พระภิกษุสงฆ์เดินรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนแล้ว จะนำดอกไม้ไปสักการะ “รอยพระพุทธบาท” พระเจดีย์จุฬามณี อันเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำไปสักการะพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจดีย์องค์นี้ ทรงเหมือนกับองค์พระธาตุพนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และระหว่างที่พระภิกษุเดินลงจากพระมณฑปนั้น พุทธศาสนิกชนก็จะนำเอาน้ำสะอาดมาล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งถือว่าน้ำที่ได้ชำระล้างเท้าให้พระภิกษุสงฆ์นั้นเสมือนหนึ่งได้ชำระล้างบาปของตนด้วย สำหรับ การจัดงานประพณีตักบาตรดอกไม้ในวันที่สองของการจัดงาน จะมีพิธีตักบาตรดอกไม้ 2 รอบคือ เวลา 10.00 น. และ 15.00 น. ส่วนในวันสุดท้ายของการจัดงาน ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา จะมีพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน และเทียนพรรษา ณ อุโบสถวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ประเพณีตักบาตรดอกไม้และถวายเทียนพรรษา ประจำปี 2548 ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์การประกวดเทพีตักบาตรดอกไม้ การจัดนิทรรศการตักบาตรดอกไม้ การประกวดจัดดอกไม้ใบตอง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

ประวัติงานตักบาตรดอกเข้าพรรษา

     ความเป็นมาของการตักบาตรดอกเข้าพรรษานั้น มีแจ้งในพุทธตำนานว่า นายมาลาการ เป็นผู้ทำหน้าที่นำดอกมะลิสดไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งเมืองราชคฤห์ เป็นประจำทุกวัน มาวันหนึ่งขณะที่นายมาลาการออกไปเก็บดอกมะลิอยู่ในสวน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ กำลังเสด็จออกบิณฑบาตผ่านมา นายมาลาการเห็นดังนั้นจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธองค์จึงนำดอกมะลิ ๘ กำมือ ไปถวายพระพุทธองค์

     พระเจ้าพิมพิสารราชา ทรงทราบข่าวว่า พระศาสดาเสด็จออกบิณฑบาตมาถึงใกล้ๆ พระราชวังจนนายมาลาการได้พบ และถวายดอกมะลิบูชา พระราชาจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายบังคมต่อพระศาสดา แล้วตามเสด็จพระศาสดาไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา พระเจ้าพิมพิสารเลยบำเหน็จรางวัลความดีความชอบ และพระราชทานสิ่งของทั้งปวงให้กับนายมาลาการ นับแต่นั้นมานายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็น ปราศจากทุกข์ใด ๆ ทั้งปวง ด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิบูชา แด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแทนการตักบาตร จากอานิสงส์ดังกล่าวแต่ครั้งพุทธกาล ชาวพุทธทั่วไปจึงถือเป็นประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” เป็นประจำทุกปีตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ประวัติดอกเข้าพรรษา

     วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี เป็นวันเข้าพรรษา ชาวอำเภอพุทธบาทจะนำดอกไม้ชนิดหนึ่งใช้ตักบาตรจนกระทั่งเกิดเป็นประเพณีท้องถิ่น ดอกไม้ที่นำมาใช้ตักบาตรในประเพณีนี้ เรียกกันว่า “ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” เพราะลักษณะของดอกและเกสรประดุจดังตัวหงส์ที่กำลังเหินบินด้วยท่วงท่าลีลาอันสง่างามนั่นเอง

     หงส์เหิน (Globba Winiti) เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์ขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อน เกิดขึ้นในป่าร้อนชื้นซึ่งพบได้ในประเทศไทย พม่า และเวียดนาม ต้นหงส์เหิน หรือต้นเข้าพรรษาเป็นไม้ล้มลุก มีสีเหลืองสดใส มีกลีบประดับขนาดใหญ่ตามช่อโดยรอบ จากโคนถึงปลาย สีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว และสีม่วง ซึ่งแต่ละสีมีความเชื่อดังต่อไปนี้

     ♦ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา

     ♦ สีเหลือง หมายถึง สีแห่งพระสงฆ์

     ♦ สีม่วง หมายถึง เป็นสีที่หายากที่สุด และชาวอำเภอพระพุทธบาทเชื่อว่าการใส่บาตรด้วยดอกสีม่วงได้บุญกุศลแรงที่สุด

     เมื่อพระสงฆ์ได้รับบิณฑบาตแล้ว ก็จะนำไปสักการะรอยพระพุทธบาท อันจะส่งผลบุญให้ผู้ทำบุญตักบาตรได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดอกเข้าพรรษา หรือดอกหงส์เหิน ๑ ปี จะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้นในท้องที่อำเภอพระพุทธบาท พบว่ามี ๒ สกุล ได้แก่ สกุลกระเจียว มีดอกสีขาว หรือขาวอมชมพู และสกุลหงส์เหิน เมื่อถึงวันเข้าพรรษา วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี  ชาวอำเภอพระพุทธบาท จะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและเขาพุ ในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียน เพื่อตักบาตรถวายพระ

     จังหวัดสระบุรีนี้ได้จัดพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นสถานที่ประดิษฐาน “รอยพระพุทธบาท” อันศักดิ์สิทธิ์ ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา มีความเชื่อในคติชาวลังกาว่า พระพุทธเจ้าได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ๕ แห่ง และรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้ เป็น ๑ ใน ๕ แห่ง รอยพระพุทธบาทถูกค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

อ้างอิง

1. web site มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จังหวัดสระบุรี. https://www.stou.ac.th แหล่งที่มา https://www.stou.ac.th/offices/rdec/nakornnayok/main/onlineexhibitions/Saraburi/SaraburiPage1.html ค้นเมื่อ 23 เมษายน, 2567.

2. web site จังหวัดสระบุรี, ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จังหวัดสระบุรี http://www.saraburi.go.th แหล่งที่มาhttp://www.saraburi.go.th/web2/tradition/detail/1/data.html ค้นเมื่อ 23 เมษายน, 2567.

3.web site สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จังหวัดสระบุรี. https://library.tru.ac.th แหล่งที่มาhttps://library.tru.ac.th/index.php/saracul?view=article&id=423:sacul02&catid=38:sacul ค้นเมื่อ 23 เมษายน, 2567.

Youtube แนะนำ ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา