๑.๘ สำนักสงฆ์วังเตาราน

วัดสวย Unseen ในสระบุรี

สำนักสงฆ์วัดวังเตารางสถานปฏิบัติธรรม แสนวิจิตรตระการตาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทุ่งนา ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ ริมหุบเขา  เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ UNSEEN สุด ๆ เพราะแม้กระทั่งคนสระบุรีเองก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีวัดที่พัฒนาขึ้นมาได้สวยงามขนาดนี้ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสระบุรี ระยะทางเพียงแค่สิบกว่ากิโลเมตรเท่านั้น

     วัดวังเตาราง หรือสำนักสงฆ์วัดวังเตารางเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สงบร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกวิเวก บำเพ็ญบารมี ต้องการบวชชีพรามหณ์ หรือ มาถือศีล ปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิตก็ทำได้ 

     ความสวยงามของวัดวังเตารางมีความโดดเด่นในเรื่องของการ “คุมโทน”ศาสนสถาน และศาสนวัตถุเกือบทั้งหมดสร้างเป็นสีขาวล้วน ปกคลุมสถาปัตยกรรมภายนอกด้วยศิลปะปูนปั้นลายไทยที่มีความละเอียดอ่อนช้อย และแฝงไปด้วยการนำเสนอตัวละครจากนิทานพื้นบ้านหรือตำนานวรรณคดีไทย

เมื่อเข้ามาถึงด้านในตัววัดจะพบกับพระวิหาร เรือสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็น พระวิหารสีขาวที่มีฐานเป็นทรงเรือไทยโบราณ โดดเด่นด้วยหัวเรือแกะสลักเป็นรูปสุพรรณหงส์ได้ละเอียดอ่อนช้อยสวยงามยื่นแหลมออกมาด้านหน้า ตัวพระวิหารแกะสลักลายไทยทั้งหลัง หลังคาประดับนาคสะดุ้ง ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธชินราชเป็นองค์พระประทาน บนเรือสุพรรณหงษ์นั้นได้สร้างเป็นวิหารไว้อยู่บนเรือโดยตัววิหารนั้นได้มีการสร้างปั้นแปะด้วยปูนเป็นลายไทยลายกระหนกทาด้วยสีขาวมีความสวยงามตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงษ์สง่างามตระการตาอย่างยิ่งรวมทั้ง มีองค์พระเจดีย์ จำนวน 2 องค์อยู่ ข้างๆวิหารด้านบน  ขณะที่ท้ายเรือนั้นมีการปั้นรูปบัวสี่ เหล่าอยู่ด้านหลังพร้อมด้วยตัวพญานาคพันม้วนอยู่ส่งผลให้มีความงามอย่างยิ่ง

ด้านขวามือของพระวิหารเป็นกุฏิสำหรับแม่ชีที่มาปฏิบัติธรรมที่วัด ซึ่งภายนอกอาคารแกะสลักลายไทยอันวิจิตรอ่อนซ้อยทั้งหมด ด้านหน้าอาคารประดับด้วยเสาห้าต้น ความพิเศษคือที่เสาแต่ละต้นประดับไปด้วยปูนปั้นรูป “นาคปักษี” สัตว์ในตำนานแห่งป่าหิมพานต์ มีลักษณะคือใบหน้าและลำตัวเป็นมนุษย์สวมชฎารูปเศียรพญานาคบนหัว
ช่วงล่างเป็นนกมีปีกสยายออกไปด้านข้าง และมีหางงูหรือหางพญานาคอยู่ด้านหลังยาวออกไป หางพญานาคนี้เลื้อยขดขึ้นไปตามความยาวของเสา รูปปั้น “นาคปักษี” นี้ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ประจำวัดวังเตารางเลยก็ว่าได้
ด้วยเหตุที่มีการแกะสลักประดับไว้แทบจะทุกพื้นที่ของทางวัด ด้วยอิริยาบถต่างกัน

ด้านในสุดของตัววัดมีอาคารอีกหลังหนึ่งชื่อว่า “ศาลาวุฒิธรรม.” บ่อน้ำด้านหน้าอาคารมีรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผมอยู่กลางน้ำรอบ ๆ ขอบบ่อประดับไปด้วยลำตัวของพญานาค โดยมีนาคสองตัวชูคอคู่กันอยู่ตรงกลางแล้วขนดหางเลื้อยตามขอบบ่อไปภายในศาลาประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรณ์ หรือองค์พระแก้วมรกตจำลองเป็นพระประธาน อาคารหลังนี้ตกแต่งด้วยวัสดุที่หลากหลายกว่าอาคารอื่น ๆ มีทั้งพื้นหินอ่อนที่ทำ ญลักษณ์สวยงามแปลกตา หลังคาเป็นช่อง  เขียนภาพจักรวาล ห้อยตุงคล้าย ๆ กับวัดไทใหญ่

      ด้านนอกตัวศาลาวุฒิธรรมนั้นจะมีการสร้างปูนปั้นแปะเป็นรูปลายไทยต่างๆมาแปะไว้ข้างศาลาพร้อมทั้งมีรูปปั้นกินรีจำนวนมากยืนล้อมรอบสระน้ำ พร้อมด้วยต้นพญากาสักซึ่งหาชมยากและมีใบใหญ่ถึง 1 เมตร ให้ชม พร้อมทั้งยังมีองค์ท้าวเวสสุวรรณขนาดใหญ่สูง 10 เมตรยืน ไว้อย่างตระการตาเพื่อให้ประชาชนที่มาเข้ามาขอพรกราบไหว้เที่ยวชมในความงามในสำนักสงฆ์นี้

ถัดจากพระวิหารมาทางซ้ายมือ จะพบ ศาลาสี่ภาค ซึ่งเป็นอาคารสำหรับทำวัตรสวดมนต์ ด้านในตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณีพื้นบ้านของไทยในแต่ละพื้นที่ทั้งสี่ภาคของประเทศไทย เช่น การปั่นด้านทอผ้า ประเพณีชิงเปรต การละเล่นหนังตะลุงเป็นต้น

ส่วนถัดมาข้างตัววิหารเรือสุพรรณหงส์นั้น ทางด้านขวาของเรือ ก็จะพบองค์พระพุทธรูปองค์ทรงเครื่อง จำนวน สอง องค์ สร้างเป็นปางประธานพรและปางสมาธิ  ปั้นด้วยปูนตบแต่งและปั้นลายซึ่งมีความสูง  ประมาณ 10 เมตร อยู่ไว้ข้างข้างเรือสุพรรณหงส์  ถัดที่ด้านหลังองค์พระทั้งสององค์ก็จะเป็นโชนของการสร้างตลาดคนเดิน ในวิถีชีวิตคนไทยในสมัยก่อน แต่ละกริยาบท ในการดำรงชีพในสมันก่อน ไว้ให้ศึกษา ซึ่งจะมีการสร้างรูปปั้นปูนเป็นรูปคนไทยตัวใหญ่ๆ วางเรียงรายกันมาเรียกว่า ตลาดวิถีคนไทย 

พระพงษ์  ญาณวโล วัย 83ปี รองเจ้าอาวาส สำนักสงฆ์ วังเตาราง  เผยว่าสำนักสงฆ์ดังกล่าวสร้างมาประมาณ15 ปี แล้ว ส่วนวิหารเรือสุพรรณหงส์นั้นซึ่งพึ่งสร้างแล้วเสร็จก็ประมาณ 4 ปี จากนั้นก็มีการต่อเติมมาเรื่อยๆเพื่อที่จะให้ความงามภายในสำนัก สงฆ์และเพื่อให้แก่ประชาชนเพื่อมาท่องเที่ยวและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กัน ทางวัดยังมีการก่อสร้าง และ พัฒนาวัดอยู่เรื่อยๆ เป็นที่น่าติดตามในตอนที่เสร็จสมบูรณ์แล้วว่าจะสวยงามแค่ไหน หากใครมีโอกาสผ่านไปทางถนนเส้น
บ้านนา-แก่งคอย อย่าลืมแวะไปไหว้พระทำบุญ ชมความสวยงามของวัดไทยแห่งนี้นะครับ

https://www.museumthailand.com

CLIP แนะนำสำนักสงฆ์วังเตาราน